อยากรวยอย่าทำ!! 4 ข้อผิดพลาดเรื่องการเงิน ที่วัยรุ่นมักทำ

ชีวิตในช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงอายุที่มีสิ่งเร้าค่อนข้างมาก ทั้งด้วยสังคมที่อยู่อาศัย เพื่อนฝูง หรือความอยากได้อยากมีของตัวเอง แต่ก็ยังเป็นวัยที่ส่วนใหญ่ยังได้รายได้จากผู้ปกครองอยู่ ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง ทำให้อาจเกิดปัญหาทางด้านการเงินขึ้นได้ เราจึงขอรวบรวมข้อผิดพลาดหลักๆที่วัยรุ่นส่วนใหญ่มักทำ จนเกิดอาการช็อตกันทุกสิ้นเดือน เผื่อจะได้เป็นแนวทางให้ใครหลายๆ คนเก็บไปคิดดู ว่าตนเองทำข้อผิดพลาดเหล่านี้กันอยู่หรือไม่



1. สับสนระหว่าง "อยากได้" กับ "จำเป็น"
เราหลายๆคนมักหลงคิดว่าสิ่งที่เราอยากได้คือสิ่งที่จำเป็น หลายครั้งที่คุณอยากได้รองเท้าคู่ใหม่ จนหาข้ออ้างให้ตัวเองว่ายังไม่มีรองเท้าสไตล์นี้ทั้งที่เป็นรองเท้าผ้าใบเหมือนกัน หรือบอกว่าคู่ที่มีมันเก่าแล้วทั้งที่พึ่งซื้อมาได้ไม่นาน 
หากคุณมีเงินเยอะมาก การจะซื้อผ้าใบหลายๆคู่นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิดอะไร แต่หากคุณอยู่ในกลุ่มคนชั้นกลาง และไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย การมีรองเท้าที่ใส่ทำงานได้ ใส่เที่ยวได้ อย่างละคู่ก็เพียงพอแล้ว สิ่งที่ "จำเป็น" ก็จะน้อยลงและทำให้คุณมีเงินเหลือเก็บได้

2. กลัว! การทำงานหนัก
ยุคสมัยที่เข้าถึงสื่อได้ง่ายอย่างสมัยนี้ การทำงานหาเงินไปด้วยในขณะที่ยังเรียนอยู่ถือเป็นเรื่องที่ไม่ยากเท่าไรนัก ทั้งงานPart time งานStaff งานไปประกอบฉากละคร หรือแม้กระทั่งงานไปนั่งดูรายการก็ยังมี บางงานคุณสามารถไปสมัครทำช่วงปิดเทอมว่างๆ หรือบางงานเป็นงานแค่วัน 2 วัน ก็สามารถไปทำได้ ถึงแม้เงินอาจจะดูไม่มากนัก แต่เชื่อเถอะ มันทำให้คุณสบายขึ้นเยอะ แต่วัยรุ่นบางคนกลับกลัวที่จะทำงานพวกนี้ ไม่ว่าจะเพราะอายเพื่อน หรือบางคนก็แค่ขี้เกียจไม่อยากทำ เชื่อผมเถอะ ถ้าคุณมีโอกาสได้รายได้ทางนี้ ทำเถอะครับ

3. ได้เท่าไหร่ ใช้เท่านั้น
การเก็บเงิน เป็นเรื่อง่ายๆที่ทุกคนรู้ แต่จะมีซักกี่คนที่ทำได้จริงๆ โดยเฉพาะในวัยมหาลัย การเก็บเงินถือเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆคนเลยก็ว่าได้ เพราะสิ่งยั่วยุ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นเครื่องแต่งกาย หรือกระทั่งของกินอร่อยๆที่มีอยู่มากมาย จนทำให้ใช้จ่ายคล่องกันจนเกินไป หรือสังเกตดู เวลาที่คุณเองได้เงินพิเศษมา ไม่ว่าจะจากพ่อแม่ หรือตากการทำงานก็ตาม คุณจะใช้ซื้อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่คุณ "อยากได้" หรือไม่ก็เอาไปกินอาหารมื้อใหญ่ซ่ะหมด น้อยมากที่จะเหลือเป็นเงินเก็บได้ ในที่นี้ผมขอแนะนำให้คุณเก็บเงินไว้ส่วนหนึ่งเลย อาจจะเปิดบัญชีอีกบัญชีนึงที่ไม่มีบัตรกดเงินก็ได้ และเมื่อคุณได้เงินใดๆมาก็ตาม กันเงินซัก 10% ไปไว้ในส่วนของเงินเก็บไว้เลย และนำเงินที่เหลือใช้ในชีวิตประจำวันปกติ เมื่อเห็นว่าเงินที่สามารถกดออกมาใช้ได้น้อยลง คุณจะบังคับตัวเองให้ใช้น้อยลงไปเอง

4. ไม่ศึกษาเรื่อง "เงิน"
การให้การศึกษาเรื่องเงินนั้นเป็นประโยชน์กับตัวเองอย่างมาก คนหลายคนอาจคิดว่า แค่มีเงินเก็บก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 4% ต่อปี ดังนั้นหากเราเก็บเงินไว้เฉยๆ ก็เท่ากับว่าเรามีเงินลดลง 4% ต่อปีแล้ว ดังนั้นการศึกษาการวางแผนด้านการเงินการลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญ และยิ่งในสมัยนี้ข้อมูลการลงทุน หรือแหล่งเรียนรู้ด้านการลงทุนนั้นมีอยู่มากมาย แม้กระทั่งในอินเตอร์เน็ตก็สามารถหาข้อมูลได้มากมาย อีกทั้งรูปแบบการลงทุนสมัยนี้เปิดกว้างให้ผู้ที่มีเงินลงทุนน้อยสามารถลงทุนได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ลองศึกษามันซ่ะนิดเถอะครับ

ขอขอบคุณภาพ : istockphoto  ข้อมูลจาก  pepperrr