รุ่นพี่ขอแชร์ เมื่อเด็กจบใหม่แต่ได้เงินเดือนเฉียดห้าหมื่น

สำหรับน้องๆ หลายคนที่ยังหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าอยากทำงานอะไร อยากเรียนอะไร หรือ ทำงานอะไรดี ไม่ตกงาน รายได้ดี วันนี้เลยขอเสนอเรื่องราวของรุ่นพี่  ซึ่งเป็นเด็กจบใหม่ ตอนไปสมัครงานเขียนว่าต้องการเงินเดือนแค่ 3 หมื่น แต่บริษัท ให้เงินเดือนเฉียด 5 หมื่นบาทต่อเดือน !!  พี่คนนี้จบคณะอะไรมานะ แล้วเค้าทำงานอะไรกันแน่ !!? 

สวัสดีค่ะ วันนี้เราอยากแชร์มาประสบการณ์เรียนและหางานให้พี่ๆน้องๆในพันทิป หวังว่าเรื่องของเราจะเป็นประโยชน์หรือแรงบัลดาลใจในการเรียนและทำงานให้ใครหลายคนได้ค่ะ

    ก่อนอื่นขอบอกข้อมูลคร่าวๆของตัวเองนะคะ เราเป็นคนเชียงใหม่ ตอนม.ปลายเคยไปเรียนที่ญี่ปุ่นมา 3 ปี แล้วกลับมาเรียนมนุษฯญี่ปุ่นที่ม.เอกชน มีใบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น N2 ละได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ส่วนภาษาอังกฤษเราก็พอได้เนื่องจากชอบส่วนตัวค่ะ 

เราสอบได้ระดับ N2 ครั้งแรกตอนอยู่ม.6 ที่ญี่ปุ่นค่ะ อยู่ที่นู้น 2 ปีแรกเรียนภาษาญี่ปุ่นทุกวัน วันละ 4-6 ชั่วโมง และต้องเรียน class อื่นๆกับคนญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ใช่เพราะว่าเคยไปญี่ปุ่นแล้วจึงได้ N2 เพราะว่าเพื่อนๆหลายคนที่ไม่ได้ก็มีค่ะ เราต้องสอบ 3 ครั้งถึงจะผ่าน เพื่อนที่เก่งกว่าเราได้ N1 ก็มีหลายคนค่ะ ล่าสุดปีที่แล้วได้ลองสอบ N2 ดูอีกครั้งเพราะอยากรู้ว่าตัวเองจะทำได้ไหม ปรากฎว่าก็ผ่านค่ะ แต่สำหรับ N1 ยังไม่คิดจะสอบ เพราะยังมีความรู้ไม่พอ และยังไม่มีเวลาทุ่มเทกับการติวเต็มที่ค่ะ

    เราใช้เวลา 3 ปีครึ่งในการเรียนจบป.ตรี เพราะเลือกที่จะไม่ฝึกงาน สาเหตุที่ไม่ฝึกเพราะมีประสบการณ์ทำงานอยู่แล้วคือเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่น (พาร์ททาม) ช่วงก่อนจบเราก็เริ่มหางาน เราเลือกส่งเรซูเม่ไปที่บริษัทที่เราสนใจ 4-5 ที่ ซึ่งเป็นโรงงานแถวถาคตะวันออกหมดเลย ตำแหน่งที่สมัครคือ ล่ามภาษาญี่ปุ่นค่ะ แต่เราได้ไปสัมภาษณ์แค่บริษัทเดียว เพราะวันสัมภาษณ์ที่เขากำหนดมาตรงกับวันที่เราว่าง (ช่วงที่ไปสัมภาษณ์เป็นช่วงสอบไฟนอลพอดี)

     วันที่เราไปก็มีพี่ๆคนอื่นๆไปสัมภาษณ์ด้วย น่าจะอายุประมาณ 30 กันแล้ว เป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน (ทุกคนดู professional มาก TT) ทุกคนต้องทำข้อสอบภาษาญี่ปุ่น, ภาษาอังกฤษ และสัมภาษณ์กับคนญี่ปุ่น 4-5 คน ตอนเราสัมภาษณ์ก็ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เขาถามถามเรื่องทั่วๆไป เช่น จบจากไหน ทำไมถึงมาทำงานที่นี่ เป็นล่ามยากนะคิดว่าทำได้ไหม ฯลฯ เราก็ตอบไปเรื่อยๆใช้ภาษาง่ายๆ แต่เน้นพูดเสียงดังฟังชัด ตอนนั้นรู้สึกกดดันเพราะว่าข้อสอบภาษาญี่ปุ่นที่ทำก่อนสัมภาษณ์ก็ยากในระดับนึง ยิ่งข้อสอบภาษาอังกฤษก็ยากจนปวดหัว เพราะไม่เหมือนกับข้อสอบทั่วไป แต่ต้องใช้การวิเคราะห์หาข้อที่ถูก  

      หลังจากสัมภาษณ์เสร็จต้องรอผล 1-2 สัปดาห์ แต่บอกตรงๆเลยค่ะว่าคิดตั้งแต่ตอนนั้นว่ายังไงตัวเองก็ไม่ผ่าน เพราะเราคิดว่าเป็นเด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ โปรไฟล์คงจะสู้พี่ๆคนอื่นไม่ได้ ก็บอกกับที่บ้านตามตรงว่าคงไม่ได้งานที่นี่ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร และแนะนำว่าถ้าไม่ได้งานก็เรียนต่อป.โทก็ได้

      พอกลับเชียงใหม่มาเราก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อีกเลย ระหว่างนี้ก็มีบริษัทอื่นติดต่อมา แต่เราก็ไม่ได้ไปสัมภาษณ์ เพราะคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อม กะว่าจะเรียนต่อป.โทดีกว่า จนผ่านไป 1 สัปดาห์ บริษัทก็โทรมาแจ้งผลว่าเราผ่าน เราอึ้งเล็กน้อย บริษัทบอกว่าคำนวณเงินเดือนของเราแล้วจะได้อยู่ที่ 49k ตอนนั้นอึ้งไปอีกเพราะมันเยอะมากกกเกินคาด (เราเขียนใน resume ว่าต้องการ 30k) แต่ตอนนั้นเราตอบไปว่าขอตัดสินใจก่อน แล้วจะโทรไปให้คำตอบพรุ่งนี้ 

       หลังจากวางสายก็รีบบอกครอบครัวและเพื่อนสนิท ตอนนั้นดีใจมากที่ได้เงินเดือนสูง แต่ก็กดดันมากเช่นกัน เพราะคิดว่างานที่ทำก็คงต้องหนักและยากไปตามเงินเดือนที่ได้ แถมยังต้องไปอยู่ไกลบ้านคนเดียว ตอนนั้นสับสันไปหมดว่าควรไปหรือไม่ไปดี แต่เราโชคดีที่มีครอบครัวและเพื่อนให้คำปรึกษาและกำลังใจว่านี่คือโอกาสที่ดีที่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้

      วันรุ่งขึ้นเราจึงตัดสินใจโทรไปบอกบริษัทว่าตกลงจะทำงานและขอเริ่มงานกลางเดือนธค.นี้ เราไม่รู้หรอกว่าตอนทำงานจะเป็นยังไงบ้าง สังคมที่ทำงานจะเป็นยังไง คงต้องปรับตัวและเรียนรู้อะไรอีกหลายอย่าง แต่ก็จะสู้และอดทน อยากจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานให้ได้มากที่สุดค่ะ 

       สุดท้ายเราต้องการจะบอกเพื่อนๆหรือน้องๆที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ว่า เราไม่ได้เป็นเด็กเรียน เราใช้ชีวิตปกติ เที่ยวเล่นกับเพื่อน แต่เราต้องรู้จักรับผิดชอบหน้าที่ของตนเองให้ดีเสมอ work hard, play hard คือคติที่เราใช้ และไม่ว่าเราจะเรียนจบจากที่ไหนการตั้งใจเรียนและเก็บเกี่ยวความรู้ในคาบเรียนจะส่งผลให้เรามีอนาคตที่ดีและนำไปใช้ในการทำงานได้จริง และอยากแนะนำน้องๆให้เลือกเรียนภาษาที่ 3 ด้วย จะทำได้ให้เปรียบในการทำงานในอนาคต เพราะในปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่จะพิจารณาเราจากผลการเรียน ความรู้ด้านต่างๆ ยิ่งถ้ามีเกียรตินิยม หรือเกียรติบัตรต่างๆ ก็จะยิ่งได้รับการพิจารมากขึ้น และสุดท้ายเหนือกว่าการเรียนเก่งคือต้องเป็นคนดีด้วยค่ะ  ขอให้ทุกคนสู้ๆนะคะ หากใครมีคำถาม หรือพี่ๆที่ต้องการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานเรายินดีตอบและรับฟังค่ะ  

แก้ไขเพิ่มเติม
1. ตำแหน่งงานที่เราทำคือล่ามคอนแทรค ประจำแผนก QA ขอคำแนะนำจากพี่ๆด้วยนะคะ

2. เหตุผลที่เราเลือกสัมภาษณ์แค่บริษัทเดียวแล้วตกลงทำงานเลยเพราะว่าเราคิดว่าบริษัทนี้มั่นคง และพอใจในเงินเดือนกับสวัสดิการ ส่วนตำแหน่งล่ามคอนแทรคมีพี่ๆหลายคนเป็นห่วงเรื่องสัญญาจ้าง เราได้เข้าใจและโอเคในจุดนี้ เพราะเราต้องการทำงานในระยะสั้นเพื่อหาประสบการณ์ก่อนที่จะกลับไปทำงานที่บ้านค่ะ

3. เราเคยลงเรียน class ล่ามธุรกิจที่มหาลัย ดังนั้นคำศัพท์เกี่ยวกับโรงงานเราพอได้ในระดับหนึ่ง และโชคดีที่เคยเรียนเกี่ยวกับแผนก QA ด้วย แต่พอไปทำงานจริงก็คิดว่ามีศัพท์เฉพาะและปัญหาอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ แล้วเราจะมาอัพเดตชีวิตการทำงานอีกครั้งหลังจากที่ได้ไปทำงานแล้วนะคะ 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณสำหรับทุกคำชม และคำแนะนำล่วงหน้าค่ะ

 

มีพี่ๆหลายคนมาร่วมแสดงความคิดเห็น 

ภาษาเป็นหน้าต่างเปิดโลกจริง ๆ ครับ ยินดีกับน้องด้วยครับที่ได้งาน และ เงินเดือนสูงสำหรับเด็กจบใหม่...
สิ่งสำคัญที่สุดมากกว่าความรู้ที่มีก็คือ การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร เพื่อนร่วมงาน และ ผู้บังคับบัญชา...

การเป็นล่าม นั้นไม่ใช่เพียงแต่แปลภาษา แต่เป็นการสามารถสื่อความหมายจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารได้อย่างถูกต้องครบถ้วน...
ภาคธุรกิจแต่ละอย่าง มีศัพท์ธุรกิจที่แตกต่างจากการใช้ภาษาทั่ว ๆ ไป นี่คือสิ่งที่ต้องเรียนรู้ให้มากครับ คนที่ทำงานได้ กับทำงานเก่ง ความแตกต่างมาจากเรื่องรายละเอียดเหล่านี้...

ชื่นชมในความสามารถครับ
ให้เงินสูงแต่งานนี้ไม่หมู ยิ่งจบใหม่ด้วย อดทนรับแรงกดดันให้ได้ครับ 
และเก็บเงินให้เป็น

มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งเคยทำงานด้วยกันพูดได้3ภาษา แถมไปญี่ปุ่นนอีก1ปี
ก่อนกลับมาเป็นoperator  บริษัทต่างจังหวัด สัญญาจ้างปีต่อปี 
พร้อมกับบ่นว่าเหนื่อย เลือกได้ก็ไม่อยากกลับไปทำอีก แม้จะเงินเดือนสูงก็ตาม

ปล. ส่วนตัวผมเองเคยเริ่มด้วยที่เงินเดือน26K  ความรับผิดชอบสูงขึ้นตามเงินเดือน
ในแต่ละปี ความกดดันมันเพิ่มที่ละนิด เลยพอมีเวลาให้ปรับตัว แต่สุดท้ายก็...ออก555

แต่สิ่งที่อยากจะแนะนำ
การเป็นล่าม ไม่ได้เป็นอาชีพที่มีโอกาสก้าวหน้ามากนัก 
แต่ต้องผันตัวเองไปทำงานอื่น อาจจะ Japan marketing หรือ supply chain หรือ purchasing หรือ procurement 
เพื่อจะได้ก้าวหน้าไปเป็น group mgr หรือ dept. mgr หรือแม้แต่ director


ขอชื่นชมค่ะ ขอให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานนะคะ

ต้องระวังปัญหาอีกอย่างในชีวิตนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือไม่
การเป็นล่ามญี่ปุ่นเป็นที่ต้องการสูงเงินเดือนเริ่มสูง แต่ต่อไปทักษะในการทำงานด้านอื่นๆมันจะเพิ่มขึ้นหรือไม่
และถ้าผ่านไป 10 ปีเป็นแค่ล่ามมีประสบการณ์ อันนี้ก็ต้องระวังนะครับ 
ให้นึกถึงคู่แข่งตอนสัมภาษณ์ อายุขนาดนั้นยังต้องแข่งกับเด็กจบใหม่ ดังนั้นอีก 10 ปีข้างหน้าถ้าเด็กล่ามใหม่มีให้เลือกมากขึ้น
อะไรคือสิ่งที่เราจะทำให้เราได้เงินเดือนมากกว่าเขาได้ในวันนั้น

โซนภาคตะวันออก โซนนิคม เงินเดือนขั้นต่ำสุดของสายภาษาญี่ปุ่นอยุ่ที่30000 ส่วนจีนอยุ่ที่20000 แต่สวัสดิการบริษัทญี่ปุ่นดีกว่ารวมถึงโบนัส ใครกำลังเรียนสายญี่ปุ่นจบมายังไงเงินเดือนไมาขี้เหน่แน่นอน

ตอนอ่านหัวกระทู้ก็เดาก่อนว่าน่าจะจบเอกญี่ปุ่น แล้วก็ใช่จริงๆด้วย. ยินดีกับหนูด้วยค่ะ
เห็นด้วยว่าภาษาญี่ปุ่นถ้าเก่งจริงๆเป็นที่ต้องการมาก

ตอนนี้ก็ได้แต่รอๆให้ลูกเรียนจบเหมือนกัน. คงรุ่นเดียวกับหนู  ไปญี่ปุ่นด้วยทุนมง 1 ปีค่ะ. ปีหน้าก็กลับมาเรียนอีก 1 ปีก็จบ
เอกญี่ปุ่น. ได้ N1 แล้ว.    การได้ภาษาและต้องเก่งด้วย หาเงินได้ตั้งแต่เรียนอยู่เลย. ทั้งสอนพิเศษ. งานแปลหนังสือต่างๆ
หวังว่าลูกเรียนจบมีงานดีๆ.  พ่อแม่ก็ปลื้มใจแล้ว.  แล้วมาเล่าการทำงานให้ฟังบ้างนะคะ

Credit  https://pantip.com/topic/37168667