ผมเป็นเด็กวิศวะที่ติดHIV “คุณค่าของคนมันไม่ได้วัดกันที่ผลงาน มันวัดกันที่ผลเลือด”

ชาวเน็ตได้แชร์ประสบการณ์ชีวิตขอปรึกษาพี่ๆใน Pantip  เมื่อเรียนใกล้เรียนจบเต็มที่ แต่ดันมี HIV ติดมากับตัวแล้ว ชีวิตต้องเดินต่อไปสู่การหางานทำ และแล้วเค้าก็ผ่านสัมภาษณ์รอบสุดท้าย เกือบจะได้เป็นพนักงานแต่ถึงขั้นตอนตรวจสุขภาพ HR ไม่สามารถรับได้ เพราะผลเลือด !! 

สวัสดีครับพี่ๆน้องๆ ชาวพันทิปทุกๆท่าน ผมขอแนะนำตัวก่อนครับ ผมเองเป็นนักศึกษาวิศวะสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าครับ อายุ24ที่ใกล้จะเรียนจบเต็มที่แล้วและผมเองก็มีเจ้าhivเกาะติดมากับผมแล้วด้วย (ผมขอข้ามไม่อยากพูดถึงเรื่องการติดมันมาได้อย่างไรนะครับ มันตอกย้ำผมทุกครั้งจริงๆ)

โอเคครับอย่างที่บอกไปว่าผมใกล้เรียนจบเต็มทีแล้วผมก็อยากมีงานดีๆทำอย่างใครเขาบ้าง ก็พยายามสมัครงานเป็นว่าเล่นเลยมีทั้งเรียกสัมภาษณ์บ้าง ไม่ถูกเรียกบ้าง หรือตกสัมภาษณ์รอบสุดท้ายบ้าง ซึ่งผมเข้าใจครับว่าคุณสมบัติผมอาจจะยังไม่เข้าตาพี่ๆเขา แล้วล่าสุดสิ่งที่ผมเพิ่งได้เจอมา มันคือเรื่องที่ผมกลัวมากและกังวลใจมากที่สุดครับ ผมเกือบจะได้ทำงานกับบริษัทหนึ่งซึ่งห่างจากบ้านผมไปไม่เกิน20นาที ทุกๆอย่างเหมือนจะไปได้ดีเลยครับ ผมผ่านถึงขั้นตอนตรวจสุขภาพแล้ว นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมกลัว...... สุดท้ายผลก็เป็นไปตามที่ผมกลัวครับ พี่HRของบริษัทโทรมาบอกผลกับผมว่า ต้นสังกัดไม่สามารถรับผมเข้าทำงานได้เพราะผลเลือดของผมครับ. เฮ้อออ ผมโอเคผมเข้าใจในมุมมองของบริษัทครับ เขาคงกลัวว่ารับผมเข้าไปแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้วบริษัทจะเหมือนสูญเสียต้นทุนไปฟรีๆ. แต่เปล่าเลยครับผม เหตุผลที่พี่HRบอกกับผม คือ  ต้นสังกัดกลัวว่าถ้าผมทำงานไปแล้ว แล้วผู้ร่วมงานรู้ว่าผมเป็นอะไรเขาจะรังเกียจผม ต้นสังกัดเกรงว่าผมจะไม่มีความสุขกับการทำงาน อาจจะเป็นเหตุผลที่ฟังดูแล้วคิดเป็นแง่บวกใช่หรือไม่ครับ 555555  พอผมลองย้นนึกกลับกัน ผมก็สงสัยว่า ทำไมพี่ๆถึงคิดแทนตลอดเลย 555555 

ตอนนี้ผมกลับมาเครียดอีกครั้งแล้วครับว่าผมจะทำงานดีๆอะไรได้อีก ในเมื่อความรู้ความสามารถที่ผมมีมันสำคัญน้อยกว่าผลเลือดของผม มีเพื่อนๆปลอบผมนะครับให้ใจเย็นๆมันต้องมีบริษัทที่เขารับเรา ต้องมีที่ที่เขาไม่ตรวจเลือดหาhiv แต่ก็ใจชื้นได้ไม่นานหรอกครับ มันก็เครียดอยู่ดี 

คำถามที่ผมอยากได้คำตอบจากพี่ๆน้องๆพันทิปคือ 
1. มีบริษัทไหนบ้างครับที่ไม่ตรวจหาHIVก่อนเข้าทำงาน
2. ถ้าสมมติผมมีงานทำแล้ว  ทุกบริษัทจะมีการตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงาน การตรวจนั้นบังคับพนักงานไหมครับ แล้วบังคับตรวจหาHIVด้วยหรือเปล่า(ข้อนี้ผมก็กังวล เพราะถ้าตรวจหาHIVอีก ผมก็คงต้องวนลูปชีวิตกลับมาเครียดเรื่องงานอีกจนแล้วจนรอด)
3. อันนี้ไม่เชิงถามพี่ๆนะครับ55555 คือครั้นจะให้ผมสอบข้าราชการ ผมเองก็ไม่ใช้เด็กเก่งมากกลัวการสอบข้าราชการจะยากมาก พอจะมีแนวทางไหนบ้างอีกครับที่ผมจะสามารถเป็นข้าราชการโดยการใช้วุฒิ วศ.บ.ที่ผมกำลังจะได้

ขอบคุณพี่ๆพันทิปล่วงหน้านะครับ  ผมไม่เครียดกับการที่ผมเป็นHIV ผมอยู่ได้กำลังจากเพื่อนๆผมดีมากเลยครับ ^_^ แต่ที่น่ากลัวกว่าก็คือการโดนกีดกันในรูปแบบที่มองว่า “คุณค่าของคนมันไม่ได้วัดกันที่ผลงาน มันวัดกันที่ผลเลือด” ต่างหากครับที่ทำให้ผมกลัว.  มีพันทิปนี่แหละครับเป็นที่พึ่งสุดท้ายของผมแล้ว ขอบคุณมากๆครับ

 

จขกท อาจไม่เครียด แต่บาง บ เขาเครียดไงครับ ณ ปัจจุบันต้องยอมรับนะครับว่าคนไทยยังเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับการติดต่อของ HIV เช่น ทำงานแล้วเพื่อนร่วมงานบางคนอาจไม่เข้าใจ กลัว ก็ทำให้บรรยาาศในที่ทำงานเปลี่ยนไปได้ ดังนั้นถ้ามีตัวเลือกอื่น HR อาจจะเลือกผู้สมัครท่านอื่นแทน

ต้องยอมรับครับว่า คุณ จขกท อยู่ในสังคมไทย อยู่ในประเทศไทย  เป็นสังคมที่ยังไม่ยอมรับสิ่งแปลกปลอม หรือพูดง่ายๆ เปรียบเสมือน ถ้ามีอะไรที่ไม่เหมือนคนทั่วไป ก็จะไม่มีการยอมรับ น่าเห็นใจครับ สิ่งที่คุณเป็น ถ้าเป็นประเทศอื่นที่ไม่ใช่เมืองไทย คุณ จขกท คงไม่ต้องมากังวลเรื่องแบบนี้ น่าเห็นใจด้วยจริงๆครับ

ถ้าเป็น  HIV   เค้าจะรับไม่รับทำงานอยู่ที่องค์กรเค้าล้วนๆ
ซึ่งส่วนมากเค้าเลือก  อย่างที่ HR  บอก  ความสบายใจคนในองค์กร


แต่มันก็มีบางองค์กรที่หายากจริงๆ  ที่ไม่สนผลตรวจเลือด  
เป็นHIV ก็ตรวจเลือดสุขภาพได้   มีเชื้อแต่ว่าดูแลรักษาสุขภาพดีๆ สมัยนี้อยู่ได้นาน  ไม่เหมือนสมัยแต่ก่อน

ถ้ามีคนเรียกสมัครงานก็ถามเค้าตรงๆไปเลยเรื่องนี้จะได้  ไม่เสียเวลา

สมัยก่อนนู้นตอน HIV ระบาดและยังรักษาไม่ได้  บริษัทที่ผมสมัครเขาก็ตรวจ HIV ครับ ผมงี้เครียดมาก เพราะตอนเป็น นศ ที่ ม xxxx   นี่ไปเป็นเพื่อนที่โดนแจกทุนบ่อย (เรื่องแจกทุน สมัยนี้ไม่มีแล้วครับ ท่านผู้ปกครองไม่ต้องกังวล ส่งลูกหลานไปเรียนได้ ) หน้าจ๋อยและเป็นกังวลจนคุณหมอถามว่าเครียดอะไรเหรอ     ช่วงหลังๆนี้ ไม่มีตรวจแล้วครับ  สำหรับผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์เข้างาน ก็จะต้องผ่านอีกด่านคือการตรวจร่างกาย ซึ่ง  ตรวจแต่โรคที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน หรือโรคที่จะอาจเป็นผลกระทบต่อสุขภาพผู้เข้าทำงานเอง หากเข้าไปทำงานในบริษัทนั้น  เช่น ไวรัสตับอักเสบ  ตาบอดสี เอกซ์เรย์ปอด การได้ยิน ยาเสพย์ติด  ส่วนตรวจร่างกายประจำปีก็มีการทำงานของตับ เอกซ์เรย์ปอด ความจุปอด  ตรวจเลือดหาการได้รับเคมีที่เกิดจากการทำงาน  การได้ยิน  คลื่นไฟฟ้าหัวใจ  น้ำตาล ไขมัน  ยาเสพย์ติด พบแพทย์  ไม่มีตรวจ HIV   แต่บริษัทจะมีโครงการรณรงค์ให้ความรู้แก่พนักงานเรื่อง HIV และการป้องกันรักษา  ไม่ได้บังคับให้พนักงานต้องตรวจ HIV  

มีหลายบริษัทใหญ่ๆ ที่ไม่ตรวจ HIV นะครับ ตอนเข้านะครับ  

เรื่องการรักษาก็อย่างที่ความเห็นข้างบนบอก คือรักษาจนกดเชื้อได้อยู่  ลองไปที่คลินิคนิรนามสิครับตรง รพ จุฬาน่ะ ไม่ทราบว่าคุณได้ไปตรวจรักษาที่ไหน 

วิศวไฟฟ้า งานน่าจะหาได้ไม่ยาก เป็นกำลังใจให้ครับ

หลายๆคนก็พูดซะสังคมไทยเป็นสังคมล้าหลังบ้านป่าเมืองเถื่อนเลยนะครับ
คุณคิดว่าในโลกเบี้ยวๆใบนี้มีกี่ประเทศที่มันยอมรับHIV
เเล้วประเทศเรามันใช่ประเทศโลกที่1ซะเมื่อไหร่ละครับ
เเค่นี้ก็ถือว่าไทยเปิดกว้างจนไม่รู้จะกว้างไงเเล้ว

พี่เปลี่ยนงานมา 5-6 ที่ เป็นสายงานวิศวะ เกือบทุกที่ก็มีตรวจร่ายการประจำปีค่ะ
มี 2-3 ที่ๆ ตอนสมัครแล้วผ่าน ให้ไปตรวจร่างกายก่อนเซ็นสัญญา

ทุกที่ที่ผ่านมาไม่มีการตรวจ HIV ค่ะ
น้องอย่าคิดมากเลยค่ะ องค์กรเอกชนส่วนมากตรวจเลือดขั้นพื้นฐาน แบบพวกไวรัสตับ ดูค่าเม็ดเลือดอะไรทำนองนี้

ที่บ. ถ้าจะเชค HIV มะเร็งต่างๆ นี่พนักงานจ่ายส่วนต่างเอง แล้วผลเลือดตัวนี้ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลค่ะ 

แต่ถ้าองค์กรใหญ่ๆมากๆ อันนี้ไม่แน่ใจ ... แต่ชีวิตยังมีทางเลือกอีกเยอะค่ะ อย่าเยกำลังใจกับสิ่งที่เราทำอะไรกับมันไม่ได้เลยค่ะ

พี่มีเพื่อนเป็นผู้ป่วยติดเชื้อเช่นกัน ทุกวันนี้ก็ไปมาหาสู่กันปกติ นัดทานอาหารกันเรื่อยๆ 
เพื่อนก็ใช้ชีวิตเหมือนคนปรกติทั่วไปเลยค่ะ เห็นมีเข้าแคมเปญ นัดพูดคุยกับผู้ป่วยติดเชื้อด้วยกันบ่อย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต ร่วมถึงให้กำลังใจกันและกัน และคุยแนวทางการใช้ชีวิตในสังคมให้แก่ผู้ติดเชื้อป้ายแดง ....  

รักษาสุขภาพให้ดีนะคะ เอาใจช่วยจริงๆ

การตรวจ hiv เป็นการตรวจเฉพาะ ต้องใช้ชุดตรวจสำหรับ hiv ดังนั้นการตรวจที่เจาะเลือดโดยทั่วไปหากไม่ระบุในใบตรวจที่ผู้เข้ารับการตรวจยินยอม ทางโรงพยาบาลไม่เสี่ยงตรวจแน่นอน ถูกฟ้องมาไม่คุ้ม 
ไม่ต้องคิดมาก สมัครงานบริษัทที่อยากทำไปเลย เอาบริษัทใหญ่หน่อย มหาชนพวกนี้ เวลาตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานเค้าจะมีลิสต์โรคที่จะตรวจมาให้ก่อน หรือเวลาไปรพ.ก็ถามไปเลยว่าเอาเลือดไปตรวจอะไรบ้าง เป็นสิทธิ์ของเรา เอาให้ถึงมี hiv ในลิตส์ค่อยมากังวล ถึงตรวจไปอย่างใากก็แค่ไม่รับ ช่างมัน สมัครที่ใหม่ อย่าไปเครียดเด้อ

Cr  https://pantip.com/topic/37188108/comment48-1