แชร์สนั่น สาเหตุส่วนนึงที่ทำให้การศึกษาไทยตกต่ำ

อาจจะยาวหน่อยใครเห็นอย่างไร ลองมาแลกเปลี่ยนกัน จากประสบการณ์ฐานะครู ผู้ปกครอง นักเรียน มองกันหลายๆ มุมครับ 

ถ้าแลกเปลี่ยนกันด้วยดีน่าจะมีประโยชน์ ถ้าเห็นแย้งกันขออย่าทะเลาะกัน แขวะ หรือใช้คำพูดทำร้ายกันเลยครับ ขอแค่แสดงความเห็นของตัวเองก็น่าจะได้ประโยชน์อย่างมาก

สำหรับผมปัญหาการศึกษาไทยไม่เหมือนชาวบ้านเค้าครับ มันเป็นผลต่อเนื่อง มีผลกระทบต่อกันเป็นลูกโซ่

คือความตกต่ำทางการศึกษา ไม่ได้มาจากเรื่องการเรียนการสอนแบบเก่าที่ตามไม่ทันโลก หรือแบบใหม่ที่ล้ำโลก แต่ปัญหาบ้านเราคือ นโยบายของกระทรวงไม่เคยให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนไม่ว่าจะทางไหน

ผมลองสรุปดูแล้วมีดังนี้



1. ครูไทยไม่ได้มีหน้าที่สอนเป็นงานหลัก 

งานหลักของข้าราชการครูไทยปัจจุบัน คือสนองนโยบายรายบุคคลของรัฐมนตรีแต่ละยุค ส่วนวิธีการสนองนโยบายคือ ประชุม อบรม กลับไปทำเอกสาร ถ่ายรูป ตกแต่งโรงเรียนรับการเข้าประเมิน แล้วส่งไปยังผู้บังคับบัญชาตามสายงาน งานส่วนนี้เบียดบังการสอนอย่างมาก เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีสัปดาห์ไหนได้สอนอย่างเต็มที่เลย

หมายความว่าเมื่อมีรัฐมนตรีมาใหม่รอบนึง ก็จะมีโครงการใหม่ๆมาให้ทำโดยโครงการเก่าก็ยังไม่ยกเลิกทำให้เกิดการทับซ้อนกันมาเรื่อยๆ แล้วยังมีการประกวดแข่งขันทางวิชาการเพื่อเอาผลงานของโรงเรียนประกอบการย้ายของ ผอ โรงเรียนด้วย สารพัดเรื่องหยุมหยิม นอกเหนือการสอน

ดังนั้นการเรียนของนักเรียนเอาไว้ทีหลังเป็นเรื่องนอกเวลาว่างค่อยสอนไม่ว่างก็โยนรายงานไปให้นักเรียนทำ เป็นแบบนี้มาตลอด นักเรียนจึงไม่มีโอกาสได้เรียนอย่างจริงจังเลย แล้วเด็กส่วนใหญ่จะมีความรู้อะไร 

การเรียนการสอนที่แท้จริงของเด็กไทยที่ทำให้มีเด็กเก่งเกิดขึ้นมาจาก "การเรียนกวดวิชา หรือเรียนพิเศษ" เป็นส่วนใหญ่ ครูของพวกเขาคือติวเตอร์ครับ 

ถามว่าครูที่โรงเรียนความรู้ไม่พอสอนหรือ เปล่าเลยครับมีพอและต้องการถ่ายทอดแต่ไม่สามารถทำได้ ถ้าครูคนไหนดื้อแพ่งรักการสอนไม่ยอมทำงานอื่นนอกจากการสอน สิ่งที่จะได้รับคือการว่ากล่าวตักเตือน อาจจะไม่ได้พิจารณาความดีความชอบ บางคนโดนกดดันจนต้องย้าย บางคนก็ลาออก

นี่คือปัญหาแรก

2. เรื่องการวัดผลประเมินผล 

การวัดผลตอนนี้กระทบกับผลงานของโรงเรียนครับ ดังนั้นจะประเมินตามจริงไม่ได้ จะประเมินให้ตกไม่ได้ ซ้ำชั้นไมได้ ต้องผ่านหมดทุกคน ไม่อย่างนั้นตัวเลขในเอกสารจะมีปัญหา ผู้บังคับบัญชาไม่พอใจ ผลคือ นักเรียนที่ความจริงไม่ควรจะผ่านเกณฑ์ ความรู้ไม่พอสำหรับจะเรียนในชั้นต่อก็ต้องผ่านครับ เด็กพวกนี้จะถูกปล่อยไปสร้างปัญหาต่อในชั้นถัดไป จนกระทั่งจบ ม.6 ซึ่งผลคือนักเรียนหลายคน ณ ตอนนี้ ที่เรียนจบ ความรู้พื้นฐานยังเทียบไมได้กับ ป.6  สมัยโบราณเลย หลายคนอ่านเขียนภาษาไทยให้ถูกต้องยังทำไม่ได้ เวลาเจอการสอบวัดผลจริงๆ อย่าง O-Net หรือ PISA เลยตกกันระนาว สะท้อนความเน่าหนอนของระบบการศึกษาไทย

แล้วผลพวงต่อมาจากการที่ให้นักเรียนตกไม่ได้ ทำโทษใดๆ ไม่ได้นั้น คือการปลูกฝังความไม่รับผิดชอบให้กับตัวนักเรียนเองด้วย เนื่องจากนักเรียนโดยมากไม่ได้มีหน้าที่อะไรในการช่วยงานพ่อแม่ที่บ้านอยู่แล้ว มาโรงเรียนก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ กับผลการเรียนอีก เด็กบางคนพื้นฐานครอบครัวแย่ได้รับการปลูกฝังมาแย่ ก็เริ่มไม่สนใจอยากเรียน ไม่มาเรียนบ้าง ก่อกวนบ้าง ตั้งกลุ่มตั้งแก๊งกันบ้าง การสอนของครูในห้องยิ่งลำบากเข้าไปอีก 1 ชั่วโมง อาจจะต้องอย่างน้อย 10-20 นาทีในการจัดระเบียบห้อง อีกส่วนทบทวน อีกส่วนสอนเพิ่ม ความรู้ที่อยากจะให้ยิ่งมีโอกาสน้อยลงไป

อยากสอนก็สอนไม่ได้ มีความรู้จะให้ก็ไม่พร้อมรับ คนที่พร้อมรับก็ไม่สามารถเน้นกลุ่มนั้นกลุ่มเดียวได้อีก  

3. การปลูกฝัง อบรม นิสัย ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป

นอกจากการสอนในห้องเรียนที่ทำได้ไม่เต็มที่แล้ว ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันหรืออาจจะสำคัญกว่าด้วยซ้ำก็คือ การอบรม ขัดเกลานิสัยในนักเรียน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่หลายคนมองข้าม แต่มันคือเรื่องหลักในความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนชนบท โรงเรียนเล็ก โรงเรียนกระจอกนอกสายตา กับโรงเรียนใหญ่ ที่ต้องจ่ายแป๊ะเจี๊ยะเพื่อแย่งกันเข้าเลยครับ การแย่งเข้าโรงเรียนใหญ่ หลักๆ เลยไม่ใช่แค่งบครับ อันดับ 1 สำหรับผมคือเรื่องการอบรม บ่มนิสัย ค่านิยมของนักเรียน

เรื่องนี้คาบเกี่ยวกับปัญหาที่สอง คือ ปัจจุบันครูแทบจะไม่สามารถอบรมนักเรียนได้แล้วครับ ต้องเข้าใจก่อนว่า สภาพของสังคมเรานั้น พ่อแม่ส่วนใหญ่คิดแต่จะให้โรงเรียนเป็นผู้ทำการอบรม นิสัยของนักเรียน ปลูกฝังค่านิยมต่างๆ โยนภาระนี้ให้ครูแบบเต็มๆ แต่กระทรวงได้ออกนโยบายหลายอย่างทำให้การอบรมวินัย มารยาท นิสัยเด็กนักเรียนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ 

โรงเรียนไม่สามารถลงโทษอะไรเด็กได้ ตีนี่ห้ามแน่นอน ดุว่า ก็ทำไม่ได้ ไล่ออกก็ไม่ได้ ตัดคะแนนก็เท่านั้น เพราะให้ตกให้ซ้ำชั้นไมได้ ต่อให้ติดลบล้านคะแนนก็ไม่มีผล สรุปคือครูทำอะไรไม่ได้เลย นักเรียนก็รู้ว่าจะทำอะไรก็ได้ ไม่เรียนก็จบ ดังนั้นอย่าหวังจะใช้จิตวิทยาครับ ผู้ปกครองไม่ร่วมมือ นักเรียนไม่สนใจฟัง จิตวิทยาอะไรต่างๆ แค่เรื่องไร้สาระทันที ไม่มีประโยชน์ แถมเสียเวลาด้วย เพราะปัญหาเมื่อเราลงโทษนักเรียนไมได้ คนอื่นก็เอาตาม เด็กมีปัญหาจึงมีเต็มโรงเรียนไปหมด

ผลก็คือ เด็กจะดีหรือแย่ขึ้นอยู่กับครอบครัวสอนมาดีแค่ไหน ครูไม่มีผลอะไรกับเด็กเท่าที่ควร ผู้ปกครองจึงต้องหาโรงเรียนดีดี ที่นักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวคนชั้นกลาง หรือคนชั้นสูง เพื่อให้เจอสิ่งแวดล้อมที่ดี พากันไปสู่อนาคตที่ดี ไม่ยอมให้ลูกเรียนโรงเรียนกระจอก เพราะโรงเรียนแบบนั้น จะเจอเด็กที่ส่วนใหญ่มาจากครอบครัว แว็น สก๊อย คนใช้แรงงาน ที่วันๆ เอาแต่เมา บ่มเพาะแต่นิสัยเลวๆ กับลูกของตัวเอง  

นี่คือผลที่ทำให้เกิดการแย่งกันเข้าโรงเรียนดังครับเพราะรู้ว่าโรงเรียนไม่ได้อบรมลูกแต่สิ่งแวดล้อมเพื่อนของลูกต่างหากที่มีผลต่ออนาคต
 




ทั้ง 3 ปัญหานี้แหละครับ ที่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกเรื่อยๆ การศึกษาของไทยไม่ไปไหนเพราะเรื่องหลักๆ สามประการที่ว่ามา แต่ลองดูเถอะครับ มีผู้บริหาร มีรัฐมนตรีคนไหนรู้ปัญหาบ้าง และรัฐมนตรีแต่ละคนที่ได้มา ไม่เคยตรงสายงาน หมอบ้าง ทหารบ้าง นักการเมืองมาเกาะกินบ้าง มาคนนึงก็พล่ามไปเรื่อยเปื่อยหาสาระอะไรไม่ได้ จนคิดไปว่าเอาวัวมาเป็นรัฐมนตรีดีกว่า ไม่ทำประโยชน์ก็จริง แต่ไม่สร้างปัญหาเพิ่มภาระให้กับวงการศึกษาแบบปัจจุบัน

มันอาจจะยาวไป ไม่รู้ว่าจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้เข้ามาอ่านไหมแต่ปัญหานี้คือสิ่งที่ผู้สอนพบเจอมาจริงๆ และมันเป็นอุปสรรคอย่างมากในการสอน ถ้ามีความคิดเห็นแลกเปลี่ยนก็พูดคุยกันนะครับ แต่ขออย่าทะเลาะกัน ดราม่ากันจะดีกว่า

...............................................................

ถกเรื่องพวกนี้กันมา 30 ปีแล้ว
ยอมรับเถอะว่ามีขบวนการ
ตั้งใจทำให้คนไทยโง่ลงๆ

 

หลักสูตรการเรียนการสอนระดับพื้นฐานที่ห่วย ผิดธรรมชาติ และเน้นยัดเยียดโดยไม่สนใจความพร้อมของผู้เรียน สงสัยมานานแล้วว่าคนเขียนหลักสูตรประถมศึกษาปัจจุบันมีลูก มีหลายที่เรียนอยู่ในโรงเรียนที่ต้องใช้หลักสูตรที่ออกแบบมานี้หรือเปล่า 

ทุกวันนี้ต้องไป download หนังสือมานี มานะมาสินลูกอ่านหนังสือเพราะเป็นลำดับขั้น และธรรมชาติมากกว่าหนังสือเรียนภาษาไทย ป. 1 ที่มีรวม 3-4 เล่มแต่คุณครูไม่ใช้เพราะไม่สามารถยัดเยียดข้อมูลเหล่านั้นลงสมองเด็กได้หมด และเลือกที่จะพิมพ์ชีทที่สรุปและรวบรวมความจากหนังสือตามหลักสูตรมาใช้ประกอบการเรียนการสอน 

วิชาสังคม ศาสนา และประวัติศาสตร์ เนื้อหาวิชาไม่สอดคล้องกับวิชาภาษาไทยและความสามารถในการอ่านเขียนของผู้เรียน

วิชาประวัติศาสตร์ และวิชาพระพุทธศาสนา บรรจุในหลักสูตรมาทำไม ในเมื่อมีวิชาสังคม ศาสนา และประวัติศาสตร์อยู่แล้ว และเช่นกันเนื้อหาไม่สอดคล้องกับวิชาภาษาไทยและความสามารถในการอ่านและเขียนของผู้เรียน

วิชาหน้าที่พลเมือง ??????!!!!!!!!!!???????? อันนี้หมด

 

ครูสมัยนี้มีแต่ห่วยๆ
ผลิตแต่ลูกศิษย์ห่วยๆ
ไม่แปลกหรอกที่เด็กไทยสมัยนี้แห่ไปเรียนกวดวิชากับติวเตอร์ที่ไม่ได้เรียนจบครู
ครูดีๆที่สอนเก่งๆและผลิตลูกศิษย์ที่มีคุณภาพพากันลาออกบ้าง เกษียณอายุราชการบ้าง และบางท่านก็เสียชีวิตไปนานแล้ว

 

จากประสบการณ์บางส่วน ที่มีโอกาสได้ลงพื้นที่ตามชนบท เราอยากบอกว่าขี้เกียจพิมพ์เลยแหละ
มันเป็น คงคาพยพ ที่ใหญ่มาก การปฏิรูปการศึกษาเคยเป็นประเด็นทั้งในระดับชุมชน จนถึงระดับชาติ
แต่ก็นั่นแหละ เท่าที่เห็น 
ทุกๆ ครั้งที่ได้พูดคุยเรื่องนี้ กับอาจารย์ ผู้บริหารหลายๆท่านได้แต่ปลง อดใจหายทุกครั้งที่เห็น เด็กบ้านนอก 5-6 คนนั่งเรียนกับทีวีทางไกล
ชั้นป.4 คน 2-3 คนเรียนรวมกับเด็ก ป.5 ป.6 ครู-อาจารย์บ้าบอแต่ทำรายงานเลื่อนขั้น สอบบรรจุ สอนแปลกๆ ใช้งบประมาณแปลกๆ  ลัทธิสอนพิเศษ
ค่านิยมของคนในชุมชน
*เข้าแก้หน่อยเหอะ งดไม่ได้จริงๆ
เคยเจอไหม คนรุ่นเก่าไม่รู้ภาษาไม่เป็นไร แต่นี้คนยุคปัจจุบัน พ่อแม่วัยใส อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ ไม่รู้อะไรเลยจริงๆรู้แค่ผลิตลูกยังงัย(ถอนใจ..เราเจอเยอะแยะ) แล้วอย่างนี้จะให้การศึกษาไปถึงไหน มันก็เป็นวงจรอยู่อย่างนี้แหละ

 

หลักสูตรการเรียนการสอนระดับพื้นฐานที่ห่วย ผิดธรรมชาติ และเน้นยัดเยียดโดยไม่สนใจความพร้อมของผู้เรียน สงสัยมานานแล้วว่าคนเขียนหลักสูตรประถมศึกษาปัจจุบันมีลูก มีหลายที่เรียนอยู่ในโรงเรียนที่ต้องใช้หลักสูตรที่ออกแบบมานี้หรือเปล่า 

ทุกวันนี้ต้องไป download หนังสือมานี มานะมาสินลูกอ่านหนังสือเพราะเป็นลำดับขั้น และธรรมชาติมากกว่าหนังสือเรียนภาษาไทย ป. 1 ที่มีรวม 3-4 เล่มแต่คุณครูไม่ใช้เพราะไม่สามารถยัดเยียดข้อมูลเหล่านั้นลงสมองเด็กได้หมด และเลือกที่จะพิมพ์ชีทที่สรุปและรวบรวมความจากหนังสือตามหลักสูตรมาใช้ประกอบการเรียนการสอน 

วิชาสังคม ศาสนา และประวัติศาสตร์ เนื้อหาวิชาไม่สอดคล้องกับวิชาภาษาไทยและความสามารถในการอ่านเขียนของผู้เรียน

วิชาประวัติศาสตร์ และวิชาพระพุทธศาสนา บรรจุในหลักสูตรมาทำไม ในเมื่อมีวิชาสังคม ศาสนา และประวัติศาสตร์อยู่แล้ว และเช่นกันเนื้อหาไม่สอดคล้องกับวิชาภาษาไทยและความสามารถในการอ่านและเขียนของผู้เรียน

วิชาหน้าที่พลเมือง ??????!!!!!!!!!!???????? อันนี้หมด

 

ผมเชื่อว่า เด็กเราป้อนอะไรให้เขา เขาก็รับอย่างนั้น

ผู้ใหญ่อย่างเราๆนี่แหละ ที่ทำให้เด็กโง่ลง วินัยแย่ลง สมองทึบ คิดไม่เป็น

มันเกิดจากผู้ใหญ่อย่างเราๆนี่แหละ โทษระบบ โทษใครซักคนก็ไม่ได้ มันน่าละอายเสียจริงๆ

 

ก๊อปๆการบ้าน/รายงานส่ง  งานไร้ไอเดีย  คะแนนผ่านเกณฑ์ได้เกรด4  เพราะเข้าเรียนตรงเวลา

คนคิดงานแทบตายดึกดื่นนั่งทำงาน ไอเดียแปลกใหม่ ต่อยอดจากที่อ.สอน  แต่ตื่นสายมาเลต  ได้เกรด3.5  
(อ.บางคนนะ ไม่เหมารวม แต่ก็เจอบ่อย)
น้ำตาจิไหลลลลลลล  คุณภาพคนวัดที่ผลของงาน  หรือเวลาเข้างานนะ

 

ขอแชร์จากประสบการณ์ของตัวเองค่ะ  เป็นคนที่ต้องสอนการบ้านให้หลาน (ลูกของลูกพี่ลูกน้อง)
เราเลยรู้ว่าหลานเราอยู่ในระดับไหน  ปีที่แล้วอยู่ ป.3  โรงเรียนรัฐที่มีชื่อเสียงโรงเรียนหนึ่งในจังหวัด
ทำการบ้านโจทย์คณิตศาสตร์ 10 ข้อ ถูกแค่ 4-6 ข้อ สูตรคูณยังท่องไม่ค่อยได้เลย
ยิ่งถ้าเป็นโจทย์ที่เป็นประโยค แล้วมีการกลับโจทย์แค่นิดหน่อย ยิ่งทำไม่ได้เลย
วิชาภาษาไทย 10 ข้อ ก็จะถูก 5-7 ข้อ

แต่คะแนนสอบออกมา ปรากฏว่าได้คะแนนเฉลี่ย 3.78 ค่ะ
คณิตศาสตร์ได้เกรด 4  ภาษาไทยเกรด 4 (ทั้ง 2 วิชาเกิน 80 คะแนน)
เราคนสอนนี่ถึงกับงงเลยว่าได้มาได้ยังไง เพราะจากการประเมินด้วยตัวเอง
เกรดทั้ง 2 วิชา มากที่สุดก็เกรด 3 บางทีอาจจะ 2 อีกด้วยซ้ำ 
พ่อแม่เค้าก็ดีใจไปว่าลูกเรียนเก่ง  แต่เราคนสอนการบ้านรู้สึกว่าโรงเรียนกำลังโกหกผู้ปกครอง
เพราะน้องไม่มีทางทำข้อสอบได้แน่ๆ เพราะน้องท่องสูตรคูณไม่ได้เลย จะทำโจทย์ได้ยังไง

พีคที่สุดคือภาษาจีนได้เกรด 4 เราถามว่าได้เกรด 4 นี่ทำอะไรบ้าง  น้องตอบไม่ได้เลยค่ะ
บอกว่าไม่รู้  ยิ่งทำให้อึ้งกับการเรียนการสอนของโรงเรียนนี้ 
และคิดว่าจะไม่ส่งลูกเรียนที่นี่ค่ะ  ลูกคะแนนน้อย เรียนไม่เก่ง เรารับได้ค่ะ
แต่คะแนนหลอกๆแบบนี้ ไม่เอาค่ะ

 

เห็นบางคนโทษเด็ก...

เอ่อ ถ้าเด็กมันห่วยด้วยตัวเองจริง สมควรที่ทั้งห้องจะเรียนไม่เก่งแค่คนสองคน
แต่นี่เด็กเรียนไม่เก่งแทบยกชั้น คงจะไม่ใช่เพราะตัวเด็กแล้วล่ะ

ส่วนถ้าจะอ้างว่าขอแค่เด็กใฝ่เรียนถึงสภาพแวดล้อมจะห่วยยังไงก็เรียนเก่ง... ขอถาม แล้วแบบนั้นจะให้มีครูมีโรงเรียนไปทำไม ? ยกเลิกทิ้งเลยดีกว่าไหม ?

ปล. ส่วนตัวคิดว่าอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การศึกษาไทยล้มเหลว นั่นก็คือทุกคนเชื่ออย่างฝังหัวว่าการเรียนไม่ใช่เรื่องสนุก

ทั้งที่หากสนุกไปกับมันจะยิ่งทำสิ่งนั้นได้ดีไม่ใช่เหรอ ?
แต่นี่อะไรก็ตามที่ทำให้เรียนสนุกผู้ใหญ่หลายคนจะไม่ขวนขวายหามาให้ หรือกระทั่งทำให้มันหลีกไกลอย่างเด็กก็ยังมี
เช่นหนังสือการ์ตูนความรู้น่ะ ลองเอาไปเสนอผู้ใหญ่ในกระทรวงสิ ยังเอาเป็นหนังสือนอกเวลาไม่ได้เลย เพราะมันเครียดไม่พอ

Credit  pantip