จาก “วลีเด็ด” กลายเป็น “วลีเดือด” ขึ้นมาทันที หลังสาวเปรี้ยวลุกขึ้นมาทำคลิป วิจารณ์เละการปลูกฝังของผู้ใหญ่เรื่อง “เรียนให้สูงๆ” แต่สุดท้ายจบออกมาก็ได้เงินเดือนไม่พอยาไส้ สับ “มนุษย์เงินเดือน-พนักงานห้องแอร์” สารพัดว่ามีชีวิตแสนทุกข์ระทม 

ปิดท้ายแฝงด้วยการ “ขายตรง” บอกให้ลุกขึ้นมาสร้างธุรกิจของตัวเองตอนนี้ ก่อนที่จะแก่แล้วจะ “ไม่มีปัญญาแม้แต่จะถอนหายใจ!!” กลายเป็นประเด็นเดือด-โต้กันสนั่น เพจดังพร้อมใจลุกขึ้นร่วมต้าน สังคมร่วมซัดดูถูกอาชีพคนอื่น แล้วมาหาผลประโยชน์จากเขาทำไม!!? 

 



“15,000” แค่ราคาเริ่มต้น!! อย่าหลงกลยุทธ์ “ขายตรง”
 


[ขอบคุณภาพ: แฟนเพจ "แต่เพื่อเงินฉันทำได้"]
“เราถูกปลูกฝังกันมาแบบนี้ตลอดเลย ในกรอบที่แบบ 3 ปีเรียนอนุบาล, 6 ปีเรียนประถม, 6 ปีมัธยม แล้วก็อีก 4 ปีเรียนมหาวิทยาลัย เราเรียนมาเกือบตายอะ เรียนมา 19 ปี หมดเงินไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่

แล้วพอจบมานะ ก็มาแย่งกันสมัครงาน เป็นพนักงานห้องแอร์ คุณสมบัติยิ่งกว่ามิสยูนิเวิร์ส ต้องมีรถ ต้องเดินทางได้ ไปทำงานต่างจังหวัดได้ ทำงานภายใต้ความกดดันได้ และทำงานเป็นทีมได้ แต่เงินเดือน 10,000 กว่าบาท (ทำหน้าเซ็ง) แค่ค่าครองชีพตัวเองก็ไม่พอแล้ว

แล้วลองคิดดูนะพนักงานประจำ ถ้ามาตกงานตอนแก่ล่ะ คนที่จะตายไม่ใช่แค่เราคนเดียวแล้ว แต่แปลกนะ ขณะที่เราโดนกันมาแบบนี้ ก็ยังไม่สั่งสอนลูกหลานต่อว่า "ตั้งใจเรียนนะลูก โตขึ้นมาจะได้มีงานดีๆ ทำ" แล้วสิ่งที่เราทิ้งไว้ให้ลูกหลานคืออะไร พนักงานบริษัทคนนึงที่ทำงานเพื่อคนอื่นน่ะเหรอ

คนเราจะรวยจะจนน่ะ มันไม่ได้ต่างกันที่จำนวนเงินนะ ต่างกันที่ความคิด (ชี้ที่สมอง) เมื่อเราอายุ 60 เราจะมีคุณภาพชีวิตแบบไหน มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและลงมือทำของเราในวันนี้”
 


“กาย” หญิงสาวที่มีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กส่วนตัว "ข้างกาย กาย ศุภนนทกร" อยู่กว่าครึ่งล้าน อัดคลิปวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องการปลูกฝังที่ผิดๆ (ในความคิดของเธอ) ตามธรรมเนียมสังคมไทย โดยเหมารวมความทุกข์ทรมานของการเป็น “ลูกจ้าง” แบบยาวเหยียด พร้อมปิดท้ายแนวชักชวนให้ไปทำขายตรง

“การทำธุรกิจไม่เป็นไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะตอนที่เราเกิดออกมาจากท้องแม่ แม้แต่คลานเรายังทำไม่เป็นเลย ก็ต้องมาเรียนรู้เองกันทั้งนั้นน่ะ แรกๆ มันก็อาจจะเจ๊งนะ แต่พอเจ๊งบ่อยเข้าก็มีภูมิคุ้มกันไง ก็เลือกเอาว่าจะล้มตอนนี้แล้วลุกได้ มีแรงลุก กับไปล้มเอาตอนที่แก่แล้ว ไม่มีปัญญาแม้แต่จะถอนหายใจ เลือกเอา ชีวิตเรา เราเลือกเองได้


เมื่อเนื้อหาในคลิปดังกล่าว กลายเป็นเรื่องถกเถียงกันหนักมาก เจ้าของคลิปจึงออกมาอ้างว่าเธออ่านจากบทความส่วนหนึ่งในหนังสือ "พลิกชีวิต คิดแบบโจร" ที่เขียนโดย สิริทัศน์ สมเสงี่ยม และถึงแม้คลิปนี้จะเผยแพร่ออกไปได้เดือนกว่าๆ แล้ว แต่กลับเพิ่งถูกแชร์จนไปถึงเพจดังๆ จนกลายเป็นการวาดการ์ตูนล้อเลียน-สั่งสอนเกรียนไทย 

เริ่มจากเพจ "แต่เพื่อเงินฉันทำได้" ที่วาดภาพตัวละครอีกตัว ตบปากตัวละครที่พูดว่า “เรียนทั้งชีวิตเพื่อเงินเดือน 15,000” บวกกับคำบรรยายชวนคิดที่มีใจความเตือนใจว่า ถ้าอุตสาหะเพียงพอ ค่าตัว 15,000 จะเป็นเพียงเงินเดือนเริ่มต้นเท่านั้น

“ช่วงเวลาปีแรกๆ คุณถึงต้องพิสูจน์ตัวเองว่าคุณมีค่ามากกว่านั้น ไม่ใช่ประกาศปาวๆ ว่าท้อแท้ชีวิต ให้มันสะท้อนว่าคุณไม่สามารถทำได้ และไม่มีค่าพอกับการขึ้นเงินเดือน ทั้งๆ ที่ในประเทศนี้ยังมีคนไม่ใช่น้อยที่เงินเดือนเป็นแสนตั้งแต่ยังอายุไม่ถึง 30 ด้วยเหอะ
 


นอกจากนี้ หากคุณไม่ใช่คนกระจอก คุณขยัน คุณมีความรู้ในสายอาชีพ หรือมีความถนัดด้านอื่น คุณสามารถทำงานเสริมทางอื่นๆ ได้อีกเพื่อเพิ่มรายได้ต่อเดือนของคุณตั้งแต่เพิ่งจบใหม่ๆ ยิ่งคุณทำงานประจำ คุณเจอคนเยอะขึ้น โอกาสทำให้คุณเจอคอนเน็กชั่นดีๆ ที่พาให้คุณมางานเสริมยิ่งเยอะไปอีก

สอดคล้องกับความคิดเห็นของ “หมอวิน” หรือ ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก โรงพยาบาลเวชธานี เจ้าของเพจ “เลี้ยงลูกตามใจหมอ” ที่เห็นโพสต์ดูถูกเงินเดือน 15,000 ลอยอยู่เต็มฟีดเฟซบุ๊กแล้วทนไม่ไหว จึงเขียนเตือนสติเอาไว้ให้คิด จากคำถามที่ถามเอาไว้ว่า "เราจะเรียนกันไปทำไม เมื่อจบ ป.ตรี มาแล้ว ได้เงินเดือน 15,000?"

“ไม่แปลกใจเลยว่า เด็กหลายคนที่เรียนจบ ไม่ยอมหางาน ด้วยเหตุผลไก่กาอาราเล่ย์ว่า "อยากเป็นนายตัวเอง" กรรมเวร บอกตรงนี้... ถ้าบ้านไม่ได้มีธุรกิจส่วนตัวที่รายได้ดี จบแล้วไปทำงานบริษัทตัวเองในตำแหน่งสูงๆ ยังไงจบไปก็ไม่มีทางจะได้เงินเดือนเป็นแสนหรอกครับ อย่าหลอกตัวเองเลยเนอะ ย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้นว่า "เราเรียนกันไปทำไม" เราเรียน... เพื่อหาสิ่งที่เราชอบ เราเรียน... เพื่อได้ดีกรีเอาไปต่อยอด เราเรียน... เพื่อฝึกทักษะที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ ดีกรี อาจไม่ใช่สิ่งที่บอกว่าเราประสบความสำเร็จ แต่ดีกรีก็อาจทำให้เราไปถึงจุดนั้นได้ง่ายกว่า

หากเริ่มต้นด้วยความรักที่จะทำ และตั้งใจทำให้ดีที่สุด เงินเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตก็จริง แต่จะดีกว่าไหมที่ลูกเรา "มีความสุขในสิ่งที่ทำ" และมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมอยู่ได้ อย่าดูหมิ่นอาชีพใดด้วยค่าตอบแทน ทุกอาชีพมีคุณค่า ทุกอาชีพมีความยากในตัวของมัน เพียงแต่เราอาจไม่ได้เข้าถึง อย่าตัดสินอาชีพใดว่าง่ายหรือยาก เพียงเพราะเราคิดเอง”
 



อย่าถามว่า “เรียนไปทำไม?” ให้ถามว่า “ไม่เรียนแล้วจะทำอะไร?”
 


[ขอบคุณภาพ: แฟนเพจ "Jod 8riew"]
เจาะลึกให้ถึงแก่นว่า “เราเรียนไปทำไม?” เรียนไปเพื่ออะไรทั้งๆ ที่คนประสบความสำเร็จในชีวิตที่เรียนไม่จบมีถมเถไป ถ้าเป็นความคิดเห็นของเจ้าของแฟนเพจการ์ตูนล้อเลียนชื่อดัง "Jod 8riew" เขาให้คำตอบเอาไว้ว่า "การเรียนรู้ไม่ใช่จะจบลงเพียงเพราะเราจบการศึกษา แต่การจบการศึกษาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดำเนินชีวิตและหาประสบการณ์ มีโอกาสก็เรียนเถอะครับ" 

ความคิดดังกล่าวค่อนข้างแตกต่างจากมุมมองของ ขุนเขา-สินธุเสน เขจรบุตร นักเขียนชื่อดัง เจ้าของแฟนเพจ "Khunkhao" ที่ตอบไม่ได้ให้คำตอบตรงๆ ว่าเด็กไทยจำเป็นต้องเรียนหรือไม่ แต่มอบคำถามใหม่มาให้ทบทวนตัวเองเพิ่มเติมอีก 1 คำถามว่า “ถ้าไม่เรียน จะทำยังไงให้ตัวเองประสบความสำเร็จ?” ถ้าตอบได้ และทำได้ โดยที่ไม่เดือดร้อนตัวเองและคนอื่นๆ ถ้าคิดว่าดีก็ทำไป แค่นั้นจบ 
 


“มีน้องคนนึงเขียนเข้ามาถามว่า ผมจะเรียนไปทำไม เนื่องจากคนอย่าง บิล เกตส์, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก, สตีฟ จอบส์ เขาก็ไม่ได้จบมหาวิทยาลัย เรียนแล้วก็ดร็อปออกมา หรือแม้แต่คุณตัน ภาสกรนที ที่จบ ม.6 แล้วก็มีเศรษฐีอีกหลายคนที่ไม่ได้เรียนจบอะไร แต่ร่ำรวยมหาศาล

ผมก็เลยอยากจะบอกว่า คำถามสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ "ควรจะเรียนหรือเปล่า" แต่อยู่ที่ "ถ้าไม่เรียนแล้ว น้องจะทำอะไร" พอคนเราเห็นคนที่สำเร็จ คนที่รวย ชีวิตดี ได้โดยไม่ต้องเรียน เราก็เลยคิดว่าจะไปเลียนแบบเขาด้วยการจบแค่ ป.4 หรือ ม.6 หรือลาออกเหมือนเขา นั่นไม่ใช่แก่นครับ นั่นแค่เปลือกของสิ่งที่เขาทำ

แต่ถ้าเราดูให้ดี เราต้องดูแก่นว่า ที่เขาไม่ทำสิ่งนั้นมันเพราะอะไรกันแน่ เพราะทุกคนเหล่านั้นเจอสิ่งที่ดีกว่าไงครับ อย่าง มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก เห็นเส้นทางในการสร้างโซเชียลฯ เขามองว่ามันจะเติบโตไปเป็นธุรกิจได้โดยที่เขาไม่ต้องเรียนให้จบก็ได้
 


บิล เกตส์ กับ สตีฟ จอบส์ เรียนๆ อยู่ แล้วเขาก็ไปทำฮาร์ดแวร์ของเขาในโรงรถ แล้วก็พอว่าประสิทธิภาพมันสูงมาก ก็เลยคิดว่าทำไมต้องเรียน ในเมื่อเรามีสิ่งนี้ที่ดีกว่าสิ่งที่อาจารย์เลกเชอร์ เพราะเขาเห็นศักยภาพของตัวเองอยู่แล้ว

แต่ตัวของน้องๆ ล่ะครับที่ถามมาว่า ทำไมต้องเรียน ในเมื่อไม่เรียนก็รวยได้ ผมก็ต้องบอกว่าจริงครับ แต่จะรวยได้ก็ต่อเมื่อเรามีสิ่งอื่นที่ดีกว่าที่จะทำ แล้วน้องมีสิ่งอื่นที่ดีกว่าแล้วหรือยัง สิ่งที่จะทำให้สามารถต่อยอดธุรกิจได้แบบพวกเขา

ต้องเข้าใจนะครับว่าพวกเขาไม่ได้หยุดเรียนเพราะเบื่อหรือขี้เกียจ เพราะไม่งั้นเขาไม่มีทางเจริญหรือประสบความสำเร็จได้ แต่เพราะเขาเจอสิ่งที่ดีกว่า เพราะฉะนั้น ถามตัวเองเถอะน้องว่าเจอสิ่งที่ดีกว่าแล้วหรือยัง อาจจะไม่ต้องดังเป็นเศรษฐีระดับโลก แต่ต้องถามว่าสิ่งที่จะออกมาทำมันมีหรือยัง 
 


และถ้ามันมีแล้ว มันดีพอหรือยัง ถ้ามั่นใจว่าดีแล้ว ปรึกษาคนรอบข้างครบถ้วน เห็นช่องทางแล้ว ก็ทำไปเลยครับ แนะนำว่าทำมันตอนที่เรียนนั่นแหละ แล้วดูว่ามันดีจริงหรือเปล่า ถ้าดีจริงก็ลาออกแล้วทำมันเต็มเวลาไปเลย ถึงจะไปขายตรงก็ตาม แต่อย่าไปทำให้ใครเดือดร้อน หรือทำให้ตัวเองเดือดร้อนก็พอ

คำถามที่ถูกจะนำไปสู่สิ่งที่ถูก คำถามที่ผิดจะนำเราไปสู่ที่มืด เพราะฉะนั้น ถามให้ถูก อย่าถามว่าจะเรียนไปทำไม แต่ให้ถามว่าถ้าไม่เรียน จะทำยังไงให้ตัวเองประสบความสำเร็จ รวย มีความสุข ดูแลคนที่เรารักได้ ดูแลตัวเองได้ นั่นแหละครับคำถามสำคัญที่อยากจะฝากให้กลับไปถามตัวเอง

ถ้าถามคำถามนี้แล้ว สามารถนำตัวเองไปสู่จุดที่เจริญขึ้นได้ ก็ขอให้น้องโชคดี แต่ถ้าถามเพราะแค่เบื่อ ขี้เกียจเรียน ไม่เอาแล้วเว้ย อันนั้นมันเกิดจากเราอดทนไม่พอ และยังไม่เจอเส้นทางที่ดีกว่า ก็รับรองเลยครับว่า ไม่ว่าน้องจะจบ ป.4 หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่ได้มีแผนที่ชัดเจน ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ยังไงก็ไม่ประสบความสำเร็จ”

เรียบเรียงโดย https://mgronline.com/live/detail/9610000030631